ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็ปไซต์คิดส์ดีดอทคอม เว็ปแสดงผลงานศิลปะเด็กโรงเรียนเมืองสุรินทร์ ผู้พัฒนาเว็ปไซต์www.kids-dee.com คือคุณครูเฉลิมขวัญ สุปิงคลัด มุ่งหวังเพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดผลงานศิลปะเด็กที่สร้างสรรค์และสวยงาม เพื่อให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความคิดเหนือขีดจำกัดของเด็กทุกคนคะ...หวังว่าทุกคนจะมีความสุขที่ได้เห็นผลงานของเ็ด็กๆนะคะ                                                                                                                                                                       

 

การปั้น

  • การปั้น

                    การปั้นเป็นกระบวนการหนึ่งในงานประติมากรรมที่มีลักษณะเป็น  3  มิติ  คือ  มีความกว้าง  ความยาว  และความหนา  ผู้ชมสามารถจับต้องหรือสัมผัสได้  ทั้งนี้การปั้นจะกระทำได้โดยนำส่วนย่อยพอกเพิ่มเข้าไปในส่วนรวมเพื่อให้เกิดรูปทรงตามต้องการ

                    การปั้นมีประวัติความเป็นมาพร้อม ๆ กับงานจิตรกรรมตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์  อีกทั้งยังพบว่าการปั้นมักจะทำควบคู่กับการหล่อเสมอ  ในการปั้นแต่ละครั้งผู้พยายามถ่ายทอดสิ่งที่เป็นความคิดหรือมโนภาพออกมาเป็นรูปร่างลักษณะที่สัมผัสได้จริง  ซึ่งผู้ที่จะทำการปั้นให้ได้ผลดีนั้นจะต้องศึกษากระบวนวิธีการปั้น  รวมทั้งสามารถเลือกใช้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่หลายชนิดได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับงานนั้น ๆ (สุชาติ  เถาทอง, สังคม  ทองมี,ธำรงศักดิ์  ธำรงเสิศฤทธิ์, รอง  ทองดาดาษ  พิมพ์ ครั้งที่  1  หน้า 75)

    ความหมายและความเป็นมาของการปั้น

    ความหมายของการปั้น

                    การปั้นหมายถึงการนำเอาวัสดุที่มีเนื้ออ่อน  เช่น  ขี้ผึ้ง  ดินเหนียว  ดินน้ำมีมัน  ที่สามารถเปลี่ยนรูปได้  มาผ่านกระบวนการในการเพิ่มวัสดุให้เกิดเป็นรูปทรงตามต้องการ  โดยใช้มือและวัสดุอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ ช่วยในการสร้างงานปั้น  นอกจากนี้  งานปั้นยังเป็นงานศิลปะที่สามารถสัมผัสกับส่วนตื้น  ลึก  หนา  บางได้ตามความเป็นจริง  ไม่เหมือนงานจิตรกรรมที่มีลักษณะเป็น  2  มิติ  ที่ผู้ชมจะสัมผัสกับความตื้นลึก หนา  หรือบางได้จากความรู้สึกเท่านั้น

    ความเป็นมาของการปั้น

                    การปั้นมีประวัติความเป็นมาพร้อม ๆ กับงานจิตรกรรมที่ปรากกเป็นหลักฐานขึ้นในแต่ละภูมิภาคของโลก  โดยเฉพาะในสมัยก่อนประวัติศาสตร์  ในยุคหินเก่ามนุษย์เริ่มรู้จักการขูดขีดจากนั้นจึงพัฒนามาเป็นการแกะสลักตกแต่งสิ่งต่าง ๆ ให้สวยงามเช่นการสร้างอาวุธและเครื่องมือเพื่อการดำรงชีวิต  ต่อมาได้นำวิธีการเหล่านี้มาใช้ในการสร้างงานประเภทประติมากรรม

                    อย่างไรก็ตาม  บริเวณหรือสถานที่ที่มีการค้นพบภาพจิตรกรรมฝาผนังก้จะมีการค้นพบภาพปั้นและการแกะสลักรวมอยู่ด้วย  นอกจากนี้จุดมุ่งหมายของการสร้างภาพปั้นและแกะสลักมีจุดประสงค์คล้ายคลึงกับงานจิตรกรรมคือสร้างขึ้นตามความเชี่ออันเร้นลับ  ตามปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ  การนับถือภูมิผีปีศาจ  และต่อมาคลี่คลายมาสู่ศาสนา  ปรัชญาและศิลปะสาขาต่าง ๆ

    ประเภทของการปั้น

    การปั้นโดยทั่วไป  แบ่งได้เป็น  3  ประเภท

                    1.การปั้นแบบลอยตัว  (Round  - relief)  การปั้นแบบลอยตัว  เป็นการปั้นที่สามารถมองเห็นได้ทุกด้านโดยรอบ  ปกติจะมีฐานอยู่เพื่อให้ตั้งกับพื้นได้  พบเห็นมากในการสร้างอนุเสาวรีย์และรูปเคารพต่าง ๆ ลักษณะการปั้นมีทั้งขนาดเท่าของจริง  และใหญ่กว่าของจริง  แต่ที่สำคัญจะต้องยึดถือความเหมือนต้นแบบให้มากที่สุด  เช่น  พระบรมรูปทรงม้า  รูปปั้นศาสตราจารย์ศิลป  พีระศรี  เป็นต้น

                    2.  การปั้นแบบนูนสูง  (High  - relief)  การปั้นแบบนูนสูง  เป็นการปั้นที่มีแผ่นหลังรองรับและมีส่วนที่นูนสูงขึ้น มาจากแผ่นพื้นหลังมากกว่าปั้นนูนต่ำความนูนสูงของรูปปั้นนูนสูงจะแตกต่างกันไปมากบ้าง  น้อยบ้างตามจุดประสงค์ของการปั้นนั้น ๆ   การสร้างสรรค์งานปั้นแบบนูนสูงนี้จะต้องให้เกิดความงามทางด้านหน้าและด้านข้าง  เช่น  รูปปั้นบริเวณฐานของอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย  รูปปั้นนูนสูงประดับฝาผนังต่าง ๆ เป็นต้น

                    3.การปั้นแบบนูนต่ำ  (Low - relief)  การปั้นแบบนูนต่ำ  เป็นการปั้นที่จะต้องมีแผ่นหลังรองรับและนูนสูงขึ้นมาจากพื้นเพียงเล็กน้อย  มองเห็นเพียงด้านหน้าเพียงด้านเดียว  การสร้างสรรค์งานปั้นแบบนูนต่ำนี้จะต้องทำให้เกิดความงามเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น  เช่น  เหรียญบาท  เหรียญตรา  เหรียญรูปพระ  เป็นต้น(สุชาติ  เถาทอง, สังคม  ทองมี,ธำรงศักดิ์  ธำรงเสิศฤทธิ์, รอง  ทองดาดาษ  พิมพ์ ครั้งที่  1  หน้า 76)

    วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการปั้นและวิธีการเก็บรักษาเครื่องมือ
    วัสดุที่ใช้กับงานปั้น

                    การปั้นเป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะที่ต้องใช้วัสดุที่มีความเหนียวและนิ่ม  วัสดุที่นำมาปั้นจะต้องสามารถยึดจับเป็นก้อนหรือเกาะตัวเป็นแท่งและทรงตัวอยู่ได้ตลอดที่ปั้น  รวมทั้งต้องมีความคงทนไม่แตกสลายได้ง่ายทั้งในขณะปั้นและเมื่อปั้นเสร็จแล้ว   วัสดุที่ใช้ในการปั้นมีหลายชนิด  เช่น  ดินเหนียว  ดินน้ำมัน  ขี้ผึ้ง  ขี้เลื่อยผสมกาว  กระดาษแช่น้ำจนเปื่อยยุ่ยผสมกาว  แป้งขนมปัง  เป็นต้น  แต่วัสดุที่หาง่ายและราคาถูกเหมาะสมกับนักเรียน  มีดังต่อไปนี้

                    1.  ดินเหนียว  เป็นวัตถุดิบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  มีอยู่แทบจะทุกท้องถิ่นและมนุษย์ก็เริ่มรู้จักนำดินเหนียวมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยโบราณ  ทั้งนี้เพราะดินเหนียวมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการนำมาปั้นให้เกิดรูปทรงใหม่ ๆ ได้ตามต้องการ  มีความเหนียว  มีการอ่อนตัวเมื่อถูกน้ำ   และมีความแข็งเมื่อแห้ง  ซึ่งการจะนำดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปนั้นจะต้องมีการเตรียมดิน  โดยเริ่มจากการคัดสิ่งที่ปะปนมากับดินออกให้หมดเสียก่อน  ถ้าดินแห้งเป็นก้อนแข็งก็ต้องนำไปแช่น้ำให้ชุ่มแล้วนวด  แต่ต้องระวังอย่าผสมน้ำจนเหลว  ดินเหนียวที่ปั้นขึ้นรูปได้ดีต้องมีเนื้อดินที่หมาดและนิ่ม

                    2.  ดินน้ำมันหรือขี้ผึ้ง  การนำวัสดุประเภทดินน้ำมันหรือขี้ผึ้งมาใช้กับงานปั้น  ไม่ต้องมีการเตรียมล่วงหน้า  เพราะวัสดุทั้งสองนี้ได้ผ่านการผสมและการเตรียมมาดีแล้ว  แต่หากดินน้ำมันหรือขี้ผึ้งอยู่ในสภาพแข็งเกินไป  ก็ให้นำไปตากแดดหรือนวดสักเล็กน้อยก็จะนิ่มได้พอดี

    อุปกรณ์ที่ใช้กับงานปั้น

    อุปกรณ์ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการปั้น  โดยทั่วไปจะมี  2  ลักษณะดังนี้

    1.  แบบลวดเหล็กหรือทองเหลือง  จะมีลักษณะเป็นห่วงกลม ๆ หรือโค้งมนอยู่ที่ปลายด้ามไม้ทั้ง 2 ข้าง มีหลายชนิด  เครื่องมือชนิดนี้ใช้สำหรับการขึ้นรูป  ขูด  เกลา  ควัก  และตกแต่งรายละเอียดต่าง ๆ บางชนิดมีลวดเหล็กหรือลวดทองเหลืองอยู่ที่ปลายไม้เพียงข้างเดียว  ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นไม้หน้าแบนตัดเฉียงประมาฯ  45  องศา  หรือหน้าตัดกว้าง  30  องศา

                    2.  แบบที่ทำด้วยไม้ทั้งด้าม  มีหลายลักษณะและหลายขนาด  ซึ่งจะมีปลายด้านหนึ่งเป็นไม้หน้าแบนตัดเฉียงประมาณ  45  องศา  หรือหน้าตัดตรง  90  องศา  ส่วนอีกด้านหนึ่งจะมีปลายขนาดเล็กกว่า  มีลักษณะกลมมน  เครื่องมือชนิดนี้ใช้สำหรับตัดเฉือนปาดผิวดินให้เรียบ  หรือทำให้เกิดเป็นลักษณะผิว  ตลอดจนใช้ตกแต่งรายละเอียดต่าง ๆ

    การเก็บรักษาเครื่องมือ

                    เครื่องมือปั้นจะมีขนาด  รูปร่างหลาย ๆ ลักษณะ  และมีวิธีการนำไปใช้ต่าง ๆกัน  เครื่องมือบางชนิดทำด้วย  บางชนิดทำด้วยโลหะผสมกัน  บางครั้งจะมีความเปราะบางไม่แข็ง  ดังนั้นการเก็บรักษาหลังจากใช้งานเสร็จแล้ว  สามารถทำได้โดยการนำเครื่องมือมาล้างทำความสะอาดเอาเศษดินและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ออก  ถ้าเป็นเครื่องมือแบบลวดหรือทองเหลืองจะต้องดูแลรักษาอย่าให้ขึ้นสนิมด้วยการใช้น้ำมันทาก่อนเก็บเข้าที่เครื่องมือหลังจากปฏิบัติงานแล้วควรเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อยหรือแขวนไว้ข้างฝาให้เป็นระเบียบก็ได้  เพื่อความสะดวกในการใช้งานครั้งต่อไป 

    ขั้นตอนและวิธีการปั้นใมนลักษณะต่าง ๆ

                    วิธีการปั้นหรือเรียกว่ากระบวนการในทางบวก  (additive  process)  จะตรงกันข้ามกับวิธีแกะสลัก  เพราะการปั้นเป็นการนำเอาส่วนย่อยเข้าไปเพื่อให้ได้รูปทรงเป็นส่วนรวม  วิธีการปั้นเหมาะสำหรับวัสดุที่มีคุณภาพเปลี่ยนแปลงได้  เช่น  การปั้นดินเหนียว  ดินน้ำมันหรือขี้ผึ้ง  เป็นต้น  วัสดุบางชนิดเมื่อปั้นเสร็จแล้วมักจะนำไปหล่อหรือเผาตามคุณสมบัติของวัตถุนั้น ๆ ดังนั้น  ผู้ปั้นจะต้องมีความเข้วใจวัสดุและกรรมวิธีปฏิบัติงาน  จึงจะสามารถลงมือปฏิบัติได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์  ซึ่งขั้นตอนที่สำคัญ  มีดังนี้  (สุชาติ  เถาทอง, สังคม  ทองมี,ธำรงศักดิ์  ธำรงเสิศฤทธิ์, รอง  ทองดาดาษ  พิมพ์ ครั้งที่  1  หน้า 78)

    1. การปั้นรูปแบน

                    ขั้นที่หนึ่ง  จะต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการปั้นให้พร้อมก่อน  เช่น  ดินเหนียว  ชชุดเครื่องมือปั้น  กระดานรองปั้น  เป็นต้น

                    ขั้นที่สอง  นำดินที่จะใช้ในการปั้นมานวดให้เข้ากัน  แต่ต้องเลือกเศษวัสดุแปลกปลอมที่ปะปนมากับดิน  เช่น  หิน  กรวด  ไม้  โลหะ  ออกเสียก่อน  เพราะเศษวัสดุเหล่านี้อาจทำให้เกิด อันตรายในระหว่างการปั้นได้  ที่สำคัญเศษวัสดุที่หลงเหลืออยู่จะทำให้ผิวพื้นไม่เรียบดูไม่สวยงาม  และทำให้ทำงานไม่สะดวก

                    ขั้นที่สาม  นำดินที่กลึงและนวดจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกันดีแล้ว  มาวางลงบนแผ่นไม้กระดานที่เตรียมไว้สำหรับเป็นพื้นรองรับตามขนาดที่ต้องการ  โดยปกติขนาดของพื้นกระดานรองรับควรมีขนาดใหญ่กว่ารูปที่จะทำการปั้น  จากนั้นใช้ไม้กลมหน้าเรียบเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ  3-4  เซนติเมตร  กลิ้งไปมาบนก้อนดินเหนียวเวลากลิ้งต้องกดน้ำหนักมือลงบนไม้กลมให้สม่ำเสมอกัน  เพื่อให้ผิวหน้าดินมีความเรียบเท่ากัน

                    ขั้นที่สี่  เมื่อกลิ้งหน้าดินที่จะปั้นได้เรียบสม่ำเสมอกันแล้ว  ให้ใช้ไม้บรรทัดกะระยะขนาดของแผ่นดินเหนียวที่จะต้องใช้  จากนั้นใช้เครื่องมือปั้นชนิดหน้าเหลี่ยมตัดแผ่นดินเหนียวออกจากกัน  ข้อควรระวังในการตัดจะต้องให้แนวระดับของเส้นมีความตรงสม่ำเสมอกัน ก็จะได้แผ่นดินเหนียวสำหรับปั้นรูปตามต้องการ

                    ขั้นที่ห้า  ใช้วิธีการกลิ้งดินให้เป็นแผ่นแบน ๆ ส่วนขนาดความหนาขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ปั้น  จากนั้นร่างภาพแบนที่ต้องการลงบนแผ่นดินเหนียว  และใช้เครื่องมือปั้นตัดออกให้ได้ตามแบบ

                    ขั้นที่หก  เตรียมนำแผ่นดินเหนียวที่ตัดเป็นรูปทรงที่ต้องการไปติดลงบนพื้นแผ่นดินรองรับที่จัดเตรียมไว้ในขั้นตอนแรก  ก่อนที่จะนำแผ่นดินรูปทรงที่ตัดไว้ไปติด  ให้ใช้เครื่องมือขูดขีดลงไปบนพื้นแผ่นดินรองรับและด้านหลังของรูปทรงให้ได้แนวเสมอกับรูปทรงของภาพที่จะนำไปติดเสียก่อน  แล้วใช้น้ำดินเหนียวทาลงไปให้ทั่วตามบริเวณที่ขูดเพื่อปะติดกับวัสดุได้ดีขึ้น  หลังจากนั้นก็นำรูปทรงที่ตัดไว้ปะติดกับวัสดุที่กำหนด

                    ขั้นที่เจ็ด  เมื่อแผ่นดินรูปทรงปะติดกับพิ้นรองรับดีแล้ว  ก็ถึงขั้นตอนการปั้นการแต่งรูปแบบให้ได้ขนาดและส่วนตามที่ผู้ปั้นต้องการ  ผู้ปั้นจะต้องค่อย ๆรับระดับความสูงของรูปทรงและพื้นรองรับให้สัมพันธ์กัน  แล้วค่อย ๆ ตกแต่งรายละเอียดตามส่วนของรูปทรง จนเกิดความเรียบร้อยสวยงาม

    การปั้นรูปลอยตัว

                    การปั้นรูปลอยตัวเป็นการปั้นที่มองเห็นได้รอบด้าน  การปั้นด้วยวิธีการนี้ผู้ปั้นจะต้องพิจารณาและเอาใจใส่รูปทรงเป็นพิเศษทั้งด้านหน้าด้านหลังและด้านข้าง  ให้ทุกด้านมีคุณค่าทางความงาม 

    การปั้นรูปตามแบบของจริง

    (สุชาติ  เถาทอง, สังคม  ทองมี,ธำรงศักดิ์  ธำรงเสิศฤทธิ์, รอง  ทองดาดาษ  พิมพ์ ครั้งที่  1  หน้า 80)

     

    การปั้นรูปแบบเหมือนจริง 

    เป็นการปั้นตามแบบหรือเลียนแบบของจริงจากธรรมชาติให้มีลักษณะใกล้เคียงสิ่งที่นำมาเป็นต้นแบบให้ได้มากที่สุด  การปั้นตามแบบของจริงนั้นก่อนปั้นจะต้องสังเกตรูปร่างลักษณะของสิ่งที่นำมาปั้นในเรื่องรูปร่าง  รูปทรง  ขนาดและสัดส่วนให้ดีเสียก่อนว่า  มีความกว้าง ความยาว  หนา  หรือแบน  กลวงหรือทึบตันอย่างไร  ทั้งนี้เพื่อจะได้นำมากำหนดวิธีปั้นให้เหมาะสม  ซึ่งในการปั้นในรูปแบบของจริงจะมีขั้นตอนมีดังนี้

    1.ผู้ปั้นจะต้องหาแบบตัวอย่างหรือธรรมชาติที่มีความน่าสนใจในแง่มุมต่าง ๆ ก่อน  เช่น  โครงสร้าง  สัดส่วน ท่าทาง  เป็นต้น  แล้วทดลองนำมาศึกษาดูว่ามีลักษณะใดที่น่าสนใจ  พิจารณารอบด้านให้แน่ใจเสียก่อน  แล้วค่อยลงมือปฏิบัติ

    2.  ทดลองนำแบบธรรมชาติที่สนใจมาปั้นขยายด้วยดินเหนียวหรือดินน้ำมัน  เป็นการขึ้นรูปโครงสร้างแบบคร่าว ๆ จากนั้นหารูปแบบส่วนรวมของแบบให้ถูกต้องตามที่เป็นจริง

    3.  ขณะปั้นค่อย ๆ ขยายเพิ่มเติมส่วนของหัวและลำดับตัวภาพสัตว์ให้มีความชัดเจนได้สัดส่วน  ซึ่งในขั้นตอนนี้ผู้ปั้นจะต้องค่อย ๆ พอกดินทีละน้อยและสังเกตว่าจะเพิ่มความหนาหรือความบางตรงไหนบ้าง  ทั้งนี้เพื่อให้รูปที่ปั้นอยู่มีขนาดและสัดส่วนที่เหมือนจริงมากที่สุด

    4.  เตรียมองค์ประกอบและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง  เพื่อนำมาเสริมภาพปั้นสัตว์แบบเหมือนจริงให้มีเรื่อง  มีความน่าสนใจ  แปลกแตกต่างไปจากธรรมชาติทั่วไป

    5.  เป็นการตกแต่งเพื่มเติมรายละเอียด  ซึ่งในขั้นตอนนี้  ผู้ปั้นสามารถเติมแต่งความเหมือนจริงตามธรรมชาติได้อย่างอิสระด้วยเครื่องมือปั้น  ทั้งนี้ควรพิจารณาดูก่อนว่าสิ่งที่ปั้นมีส่วนสูง  ต่ำเป็นอย่างไรส่วนใดควรเพื่มเติมส่วนใดควรลดแล้วค่อย ๆ เสริมแต่งจนผลงานมีความเรียบร้อยสมบูรณ์

    (สุชาติ  เถาทอง, สังคม  ทองมี,ธำรงศักดิ์  ธำรงเสิศฤทธิ์, รอง  ทองดาดาษ  พิมพ์ ครั้งที่  1  หน้า 81-82)


Copyright (c) 2014 by kids-dee.com